ข้อเสนอเพื่อการพัฒนาวิชาชีพการสาธารณสุข
รองศาสตราจารย์ ดร.สุรชาติ ณ หนองคาย
ภาควิชาบริหารงานสาธารณสุข
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
(คัดจากวารสารบริหารงานสาธารณสุข ฉบับที่๑ ปีที่๑๔ มกราคม-มิถุนายน ๒๕๕๒)
บทนำ
สิทธิหมายถึงอำนาจหรือผลประโยชน์ แบ่งเป็นสองประเภทคือสิทธิตามธรรมชาติ และ สิทธิตามกฎหมาย สิทธิตามกฎหมายเป็นอำนาจหรือผลประโยชน์ที่กฎหมายรับรอง เมื่อกฎหมายรับรองกฎหมายก็จะคุ้มครองให้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวด ๓ ส่วนที่ ๙ มาตรา ๕๑ บัญญัติรับรองสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐของประชาชนผู้เป็นบุคคลทั่วไป และ ประชาชนผู้เป็นบุคคลผู้ยากไร้ไว้สรุปดังนี้ ๑. บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน
๒.บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการบริการสาธารณสุขจากรัฐซึ่งต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
๓.บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐอย่างเหมาะสม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและทันต่อเหตุการณ์
๔.ผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เพื่อให้สิทธิดังกล่าวได้รับการคุ้มครองรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๒ จึงได้บัญญัติไว้ในหมวด ๕ แนวนโยบายแห่งรัฐ ส่วนที่ ๔ มาตรา ๘๐ (๒) โดยกำหนดให้รัฐต้อง ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพอันนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เอกชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุข โดยผู้มีหน้าที่ให้บริการดังกล่าวซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
การได้รับบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานจากบุคลากรผู้ให้บริการในทุกระดับจึงจำเป็น ต้องมีคุณลักษณะสำคัญสองประการคือการมีมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพ บุคลากรที่เป็นผู้ได้รับการรับรองว่ามีคุณลักษณะดังกล่าวคือผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพตามกฎหมายประกอบด้วย เวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม พยาบาล การผดุงครรภ์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และบุคลากรอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ ส่วนบุคลากรนอกเหนือจากนี้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยบริการสาธารณสุขของรัฐยังไม่ถือว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย แต่ให้ถือว่าปฏิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลของผู้มีใบประกอบวิชาชีพ เช่น เจ้าหน้าที่ประจำสถานีอนามัยที่ปฏิบัติงานในการส่งเสริม ป้องกัน รักษาเบื้องต้น และ ฟื้นฟูสภาพต่อประชาชนในชุมชนเป็นผู้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรือแพทย์ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่ในทางปฏิบัติบุคลากรเหล่านั้นได้กระทำการอย่างอิสระภายใต้องค์ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาและการฝึกปฏิบัติจากหลักสูตรของสถานศึกษา โดยได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องถึง ๙๕ ปี การส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวได้มีฐานะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อเป็นหลักประกันว่าได้ให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนอย่างมีมาตรฐานตามสิทธิที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจึงเป็นสิ่งที่สมควรได้รับการพิจารณา
การเสนอกฎหมายวิชาชีพการสาธารณสุข
ความพยายามที่จะเสนอกฎหมายวิชาชีพการสาธารณสุขได้เริ่มขึ้นในเดือนมกราคม ๒๕๔๗ โดยนายกสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข (นพ.วินัย วิริยกิจจา) ประธานชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (นายไพศาล บางชวด) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข (นายจำนงค์ อิ่มสมบูรณ์ และ นายเมธี จันทร์จารุภรณ์) ผู้แทนเครือข่ายสถาบันการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ (รศ.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ และ รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม) และหลังจากนั้นก็มีการยกร่างโดยกลุ่มต่างๆที่เกี่ยวข้องรวม ๓ กลุ่มและมีมติเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมหมออนามัย ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ชมรมศิษย์เก่าวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ในการรวม (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพทั้ง ๓ (ร่าง) ให้เป็น (ร่าง) เดียวกัน โดยใช้ชื่อว่า (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . .มีหลักการและเหตุผลที่สำคัญคือ โดยที่สุขภาพหมายถึง ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางปัญญา และทางสังคม เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล การวางระบบเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนจึงไม่อาจมุ่งเน้นที่การจัดบริการเพื่อการรักษาพยาบาลเพียงด้านเดียว แต่ควรบูรณาการทุกด้านไปพร้อมๆกัน ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องมีการพัฒนาและยกระดับบุคลากรสาธารณสุขทุกสาขา สู่ความเป็นวิชาชีพให้ครอบคลุมในทุกมิติของสุขภาพ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานด้านสุขภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ เป็นธรรมและทั่วถึง จึงสมควรมีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสาธารณสุข เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานในการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานอยู่ทั่วประเทศ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง มีการควบคุมและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานวิชาการและมาตรฐานทางจริยธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ แต่หลังจากนั้นก็มีการกลับมติของที่ประชุมร่วมและมีแนวโน้มว่าผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติบางกลุ่มมีความเห็นที่แตกต่างออกไปโดยเห็นได้จากชื่อร่างพระราชบัญญัติได้มีการเติมคำว่า ชุมชน เข้าไปในภายหลัง นอกจากนี้ยังมีการนำเอาเหตุผลประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อสามารถผลักดันให้กฎหมายนี้เกิดขึ้นมาชักจูงบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในสถานีอนามัย จนทำให้ขัดกับหลักการเบื้องต้นที่ยึดเอาการให้บริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานเป็นฐานของการดำเนินการ และแทนที่จะทำการศึกษาวิจัยสรุปสาระสำคัญให้เห็นว่า การสาธารณสุข มีองค์ความรู้เป็นการเฉพาะแม้บางส่วนจะก้าวล่วงเข้าไปในขอบเขตของวิชาชีพอื่น รวมทั้งมีมาตรฐานวิชาชีพ และ จริยธรรมวิชาชีพเป็นของตนเอง ดังเห็นได้จากการโต้แย้งของแพทยสภาตามหนังสือที่หนังสือที่ พส. ๐๑๔/๑๐๙ ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขเรื่องความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . และร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . โดยแพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา ได้แจ้งข้อพิจารณาใน ๔ ประเด็น โดยผลการพิจารณาของ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม และ ทันตแพทยสภา มีความเห็นใน ๔ ประเด็นดังนี้
๑. การสาธารณสุขชุมชน และการสาธารณสุข ไม่เป็นวิชาชีพ จึงไม่ต้องมีกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพ
๒.ไม่มีความจำเป็นต้องมีพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนและพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข
๓. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . และร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . มีการก้าวล่วงเข้าไปในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม การพยาบาล และการผดุงครรภ์ เภสัชกรรม ทันตกรรม เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และการประกอบโรคศิลปะ ตลอดจนกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
๔. การปฏิบัติงานของบุคลากรด้านสาธารณสุข เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐมอบหมาย มีระเบียบของราชการคือ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้บุคลากรดังกล่าวถือปฏิบัติอยู่แล้ว
ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงมีความเห็นว่าไม่ควรมีพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข ชุมชน และ พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข แต่ต่อมาในภายหลังได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นสองฉบับโดยคณะรัฐมนตรี หนึ่งฉบับ และ โดย นายอำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะ รวม ๒๘ คนอีกหนึ่งฉบับแต่เมื่อนำร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับไปสู่การพิจารณาในวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๘.๑๗ น. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติได้ลงคะแนนเสียงเห็นด้วย ๓๖ เสียง ไม่เห็นด้วย ๕๙ เสียง งดออกเสียง ๓ จากจำนวนผู้เข้าประชุม ๙๘ คน ผลการลงมติ ไม่เห็นด้วย (ไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ)
แนวโน้มความไม่เป็นเอกภาพในการขับเคลื่อน
ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๑ เป็นต้นมาได้มีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันขึ้นเรียกว่าสภาหมออนามัยแห่งชาติเริ่มเชิญชวนให้บุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสถานีอนามัยเข้าเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยมุ่งที่จะใช้ช่องทางของพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.๒๕๕๑ในการพัฒนาสมาชิกให้มีฐานะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ โดยผู้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายฉบับนี้ประกอบด้วย
(๑) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ
(๒) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
(๓) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร
(๔) กลุ่มวิชาสหวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ
(๕)หากปรากฏในภายหลังว่ามีสาขาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเกิดขึ้นใหม่ และมี ลักษณะอันควรควบคุมเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็สามารถเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กำหนดสาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมเพิ่มเติมได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ดังปรากฏในมาตรา ๖ ประกอบกับมาตรา ๑๐ (๕) แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้
นอกจากนี้ยังมีคณะบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันจดทะเบียนเป็นสมาคมวิชาชีพการสาธารณสุขแยกออกมาอีกหนึ่งสมาคมโดยหนึ่งในวัตถุประสงค์สำคัญของสมาคมคือการพัฒนาวิชาชีพการสาธารณสุขด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อประมวลรวมคณะบุคคลที่มุ่งผลักดันให้เกิดวิชาชีพการสาธารณสุขขึ้นในปัจจุบันจะมีอยู่มากกว่า ๕ กลุ่มและดูเหมือนว่าแต่ละกลุ่มต่างก็มีแนวทางในการผลักดันเป็นของตนเองอันอาจนำมาสู่ความไม่มีพลังในการขับเคลื่อนร่วมกันและอาจส่งผลกระทบในทางลบได้ในอนาคต
ข้อเสนอเพื่อพิจารณา
ประเด็นที่ ๑ กระทรวงสาธารณสุขผลิตบุคลากรเพื่อนำมาใช้งานช่วยเหลือและทดแทนการขาดกำลังคนผู้ประกอบวิชาชีพ จึงทำให้เกิดสภาวะขัดกันระหว่างพฤตินัยกับนิตินัยและเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาความเป็นวิชาชีพของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า หมออนามัย กล่าวคือบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่บริการสาธารณสุขโดยเฉพาะเวชปฏิบัติเบื้องต้นตามหน้าที่ในสถานีอนามัยถือว่าเป็นการปฏิบัติงานภายใต้ขอบเขตของวิชาชีพอื่นเฉพาะในทางนิตินัยเท่านั้น แต่ใน ทางพฤตินัยได้ปฏิบัติงานโดยอิสระและใช้ศิลปะเฉพาะตัวโดยมิได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพอื่นแต่อย่างใด และในทางสังคมก็ถือว่าได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติงานนี้ต่อเนื่องกันมา กว่า ๙๕ ปีแล้วแต่กลับไม่ปรากฎว่ามีสถาบันใดเข้ามาพัฒนาองค์ความรู้อันเฉพาะเจาะจงนี้และไม่มีการระบุขอบเขตหรือพรมแดนการปฏิบัติงานที่ได้กระทำโดยอิสระของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ไว้เลย หากไม่พัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมแห่งวิชาชีพของบุคคลเหล่านี้ไว้จะมีหลักประกันแก่ประชาชนได้อย่างไรว่าได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
ประเด็นที่ ๒ สถาบันการศึกษาผู้ผลิตบุคคลให้มีองค์ความรู้ในการเข้าไปปฏิบัติงานในชุมชนเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนให้สามารถดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว ตลอดจนชุมชนโดยรวมได้ที่เรียกว่า การสร้างเสริมสุขภาพ ย่อมเรียกได้ว่าเป็นการมีองค์ความรู้จำเพาะที่บุคคลทั่วไปผู้ไม่ได้ฝึกปฏิบัติและเรียนรู้จะกระทำไม่ได้ หากกระทำแล้วจะเกิดผลเสียยิ่งกว่าการใช้ผู้ที่เล่าเรียนและได้รับการฝึกปฏิบัติมา สิ่งเหล่านี้เรียกว่าองค์ความรู้อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของ วิชาชีพ โดยต้องมีการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมวิชาชีพควบคู่กันไปให้ชัดเจนและพึงเริ่มตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร และ กระบวนการจัดการเรียนการสอน แนวทางนี้ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการพัฒนาความเป็นวิชาชีพการสาธารณสุขแทนที่จะมุ่งพัฒนาให้มีแต่กฎหมายเพียงอย่างเดียว
ประเด็นที่ ๓ บุคลากรผู้ปฏิบัติงานเหล่านี้อาจเป็นทั้งหมออนามัย และ ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุข (สร้างเสริมสุขภาพ) พึงรวมตัวกันให้เป็นเอกภาพและพัฒนาองค์ความรู้ที่แสดงถึงความจำเพาะเจาะจงของกลุ่มให้ชัด หากส่วนใดก้าวล่วงเข้าไปในวิชาชีพอื่นต้องแสดงองค์ความรู้ส่วนเพิ่มเฉพาะในความเชี่ยวชาญของตนให้เป็นที่ยอมรับ
ประเด็นที่ ๔ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพึงอันประกอบด้วยตัวแทนประชาชน สมาคม มูลนิธิ สถาบันพัฒนาและผลิตกำลังคนของกระทรวงสาธารณสุข สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐ และ เอกชน ยึดเอาประโยชน์สุขที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในการได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานเป็นหลักในการทำงานเพื่อความเป็นเอกภาพโดยร่วมกันจัดทำแผนยุทธศาสตร์และกำหนดกลยุทธ์ตลอดจนตัวชี้วัดความสำเร็จและโครงการรองรับเพื่อเป็นเครื่องมือทำงานร่วมกันโดยทำการพัฒนาควบคู่กันไปทั้งการพัฒนาองค์ความรู้และการพัฒนากฎหมายวิชาชีพการสาธารณสุข เมื่อสังคมเห็นประโยชน์ยอมรับความเป็นวิชาชีพสังคมจะสถาปนาบุคคลผู้ทำงานอย่างมีมาตรฐานและรักษาจริยธรรมขึ้นเป็นสถาบันวิชาชีพ และ ประชาชนเห็นถึงความจำเป็นในการรับรองความเป็นวิชาชีพ รัฐสภาก็จะสถาปนากฎหมายขึ้นมารองรับ แต่ในทางตรงกันข้ามหากผลักดันให้มีกฎหมายโดยยังไม่พัฒนาองค์ความรู้รวมถึงมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมวิชาชีพรองรับก็เป็นการยากที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนได้
สรุป ความหลากหลายในหลายๆเรื่องถือว่าเป็นสิ่งดีเพื่อไม่ให้เกิดอคติจมไปด้านใดด้านหนึ่ง แต่ใน การพัฒนาความเป็นวิชาชีพจำเป็นที่จะต้องมีความเป็นเอกภาพแต่หลากหลายมิติอย่างน้อยเพื่อความสมดุลพึงมีความเชื่อมโยงดังปรากฎตามผังภาพข้างบนและเสนอความคิดเห็นเพื่อพัฒนาวิชาชีพการสาธารณสุขรวม ๑๐ ประการคือ
๑. การปฏิบัติหน้าที่ของหมออนามัยในการบริการสาธารณสุขในสถานีอนามัยและในชุมชนหลายภารกิจเป็นการประกอบวิชาชีพก้าวล่วงเข้าไปในวิชาชีพอื่นและกระทำไปโดยอิสระด้วยองค์ความรู้ที่เรียนและที่ได้ฝึกฝนมาเป็นการเฉพาะ โดยในทางพฤตินัยไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพสาขาใดจึงน่าจะมีลักษณะเป็นการประกอบวิชาชีพศิลปะ
๒. ความรับผิดชอบของหมออนามัยในกรณีเกิดความเสียหายแก่ผู้รับบริการอันมีสาเหตุจากการกระทำที่ต่ำกว่ามาตรฐานและหรือจริยธรรมวิชาชีพเป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวของหมออนามัย ไม่มีผู้ใดมาร่วมรับผิดชอบในความบกพร่องนั้น
๓. การปฏิบัติหน้าที่ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยมุ่งสร้างเสริมสุขภาพต่อบุคคล ชุมชน และสังคมโดยบุคลากรที่ได้รับการศึกษาและฝึกปฏิบัติมา จะป้องกันผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์แก่บุคคล ชุมชน และสังคมโดยรวมได้มากกว่าการใช้บุคคลทั่วไปผู้ไม่มีความรู้และทักษะเป็นการเฉพาะ องค์ความรู้เช่นที่ว่านี้จึงน่าจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของความเป็นวิชาชีพ
๔. องค์ความรู้เฉพาะของหมออนามัยที่ได้ผนวกเพิ่มเข้าไปในการปฏิบัติหน้าที่บริการสาธารณสุขที่มีลักษณะเป็นการก้าวล่วงเข้าไปในวิชาชีพอื่นๆยังไม่มีการรวบรวมและพัฒนาให้เห็นองค์ความรู้นี้อย่างชัดเจน จำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้จำเพาะของหมออนามัยควบคู่ไปกับองค์ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพ
๕. องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถือเป็นองค์ความรู้เฉพาะในเชิงวิธีการ แต่องค์ความรู้ของหมออนามัยและบุคลากรสาธารณสุขเป็นองค์ความรู้เฉพาะที่มีอัตลักษณ์ของตน การส่งเสริมให้บุคลากรเหล่านี้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.๒๕๕๑ อาจไม่ครอบคลุมวิธีการทางการสาธารณสุขทั้งหมดได้
๖. การเร่งรัดที่จะให้มีกฎหมายวิชาชีพรองรับผู้ให้บริการสาธารณสุขโดยมิได้ศึกษาผลกระทบต่อกลุ่มจะเป็นการสร้างปัญหาในระยะยาว จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
๗. ลักษณะของความเป็นวิชาชีพมีความจำเป็นต้องมีเอกภาพในการกำกับดูแลกลุ่มให้มีมาตรฐานและจริยธรรมแห่งวิชาชีพ การมีความคิดเห็นแตกต่างไม่เป็นปัญหาของการดำเนินการพัฒนาแต่ความเป็นเอกภาพในการดำเนินการจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มจำเป็นต้องมความเป็นเอกภาพ
๘. การพัฒนาองค์ความรู้วิชาชีพสาธารณสุขกลุ่มหมออนามัยหรือผู้ให้บริการสาธารณสุขที่กระทำต่อตัวผู้ป่วยโดยตรง พึงพัฒนาองค์ความรู้อันเป็นมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพ(อื่น)ร่วมกับองค์ความรู้ในการประกอบวิชาชีพในบริบทเฉพาะของหมออนามัยให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน
๙. การพัฒนาองค์ความรู้วิชาชีพสาธารณสุขที่มุ่งก่อให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล ชุมชน และ สังคมโดยรวม พึงชี้ให้เห็นว่าบุคคลอื่นที่ไม่มีความรู้และกระทำการอาจก่อให้เกิดปัญหาพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสุขภาพ
๑๐. พึงพัฒนาองค์ความรู้วิชาชีพการสาธารณสุขควบคู่ไปกับการพัฒนากฎหมาย ไม่ควรใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้น
ข้อเสนอทั้ง ๑๐ ประการนี้เพื่อให้อยู่ในประเด็นแห่งการพิจารณาร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาวิชาชีพการสาธารณสุขให้ยั่งยืนสืบไปมิใช่เพียงมุ่งหวังเร่งรัดให้เกิดกฎหมายโดยมิได้มุ่งหวังที่จะพัฒนามาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพอันเป็นฐานรากสำคัญของความเป็นวิชาชีพ
เอกสารอ้างอิง
http://ncph.2008.freedommetropolis.com :accessed on 25 December,2008
http://www.most.go.th/default/index.htm :accessed on 27 December,2008
http://www>anamai.org2modules.php?name=Content&pa=7 :accessed on 5 January,2009
ภาคผนวก
การดำเนินการเสนอ (ร่าง) พระราชบัญญัติวิช.าชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . .
๑. มกราคม ๒๕๔๗ ได้มีการประชุมยกร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . โดยนายกสมาคม
วิชาชีพสาธารณสุข (นพ.วินัย วิริยกิจจา) ประธานชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (นายไพศาล บางชวด) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข (นายจำนงค์ อิ่มสมบูรณ์ และ นายเมธี จันทร์จารุภรณ์) ผู้แทนเครือข่ายสถาบันการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ (รศ.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ และ รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม)
๒. สภาการพยาบาลได้เชิญ รองศาสตราจารย์ เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ และ รองศาสตราจารย์ กุหลาบ รัตนสัจธรรม ไปชี้แจง และทางสภาการพยาบาลเสนอให้ตัดคำว่า รักษาพยาบาลเบื้องต้นออก และทางเครือข่ายสถาบันได้ส่ง (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข ให้สภาการพยาบาลตามหนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔/๑๔๑๗ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๗ ๓. นำเสนอ (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพฯ ต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นายแพทย์วัลลภ ไทยเหนือ) หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๗๗ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๔๗
๔. เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ ได้มีการประชุมตกลงร่วมกัน ในการพิจารณาที่จะดำเนินการจัดทำ (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพสาธารณสุขชุมชน ที่จัดทำโดย สมาคมหมออนามัย (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพสาธารณสุข พ.ศ. . . . ที่จัดทำโดยเครือข่ายสถาบันการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และ (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . ที่จัดทำโดยชมรมศิษย์เก่าวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น
๕. เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมหมออนามัย ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ชมรมศิษย์เก่าวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ในการรวม (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพทั้ง ๓ (ร่าง) ให้เป็น (ร่าง) เดียวกัน โดยใช้ชื่อว่า (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . .
๖. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อนายกรัฐมนตรี (ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์) หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๓๐๒๕ ลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๗ ณ เวทีการประชุม ทางเลือกใหม่ เมืองไทยสุขภาพดี (Healthy Thailand) ศูนย์ประชุมไบเทค
๗. ได้มีการนำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ แก่บุคลากรสาธารณสุขในระดับภาค ให้รับทราบและให้ข้อเสนอแนะในเวทีการประชุม เส้นทางสู่ สภาวิชาชีพการสาธารณสุข และการปรับตัวสู่อนาคตการสาธารณ สุขไทย
ครั้งที่ ๑ ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๗
ครั้งที่ ๒ ภาคกลาง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๗
ครั้งที่ ๓ ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๗
ครั้งที่ ๔ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๗
๘. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร) หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๓๖๔๓ ลงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๗
๙. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อนายกแพทยสภา หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๔๓๔๘ ลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
๑๐. เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๗ แพทยสภา ได้เชิญคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม และ นางนภาพร ม่วงสกุล เป็นผู้แทน) และทางสมาคมหมออนามัย (โดยมีคุณนิรุจน์ อุทธา และคณะ เป็นผู้แทน) ไปชี้แจงสาระสำคัญ รายละเอียดของ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ซึ่งมีการ (ร่วม) ร่าง พ.ร.บ. ๓ ร่างเดิมเข้าด้วยกันแล้ว และทางแพทยสภามีประเด็นให้เพิ่มเติมสาระสำคัญในมาตรา ๒๗ เพื่อมิให้กีดกันสาขาวิชาชีพเวชกรรมป้องกัน
๑๑. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล) หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๒๙๗ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๘
๑๒. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นพ.วิชัย เทียนถาวร) เพื่อขอติดตามความก้าวหน้า หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ - ๘๒๗๙ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๘
๑๓. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๒๘ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๔. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อหัวหน้าพรรคชาติไทย หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๒๙ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๕. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๓๐ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๖. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อนายกรัฐมนตรี หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๓๑ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๗. สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า ได้นำเรื่อง (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ กราบเรียนนายกรัฐมนตรี และส่งเรื่องให้กระทรวงสาธารณสุขรับไปพิจารณา (หนังสือที่ นร ๐๔๑๐ / ๕๙๕๖ ลงวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘)
๑๘. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔/ ๑๗๖๒ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๙. รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งข้อมูลความก้าวหน้าการนำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ แจ้งว่า ได้ส่ง (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ให้แพทยสภา ทันตแพทยสภา สภาเภสัชกรรม และกรมสนับสนุนบริการ สุขภาพพิจารณา (หนังสือที่ สธ ๐๒๐๑.๐๔๒.๑ / ๒๔๖๕ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๘)
๒๐. เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญไปชี้แจงสาระสำคัญของ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ โดยมีผู้ร่วมชี้แจงจากสมาคมหมออนามัยคือ นายนิรุทธ์ อุทธา
๒๑. เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๘ ประธานคณะกรรมการกฎหมายและกิจการรัฐสภา พรรคชาติไทย ได้เชิญไปชี้แจงสาระสำคัญของ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ
๒๒. วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๘ ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญให้ไปเข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องจากยังมีภาคประชาชน ผลักดันให้นำ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการ สาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
๒๓. แพทยสภาได้มีหนังสือที่ พส. ๐๑๔/๑๐๙ ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่องความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . และร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . โดยแพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา ได้แจ้งข้อพิจารณาใน ๔ ประเด็น โดยผลการพิจารณาของ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม และ ทันตแพทยสภา มีความเห็นใน ๔ ประเด็นดังนี้
๑. การสาธารณสุขชุมชน และการสาธารณสุข ไม่เป็นวิชาชีพ จึงไม่ต้องมีกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพ
๒. ไม่มีความจำเป็นต้องมีพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน และพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข
๓. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . และร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . มีการก้าวล่วงเข้าไปในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม การพยาบาล และการผดุงครรภ์ เภสัชกรรม ทันตกรรม เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และการประกอบโรคศิลปะ ตลอดจนกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
๔. การปฏิบัติงานของบุคลากรด้านสาธารณสุข เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐมอบหมาย มีระเบียบของราชการคือ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้บุคลากรดังกล่าวถือปฏิบัติอยู่แล้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงมีความเห็นว่าไม่ควรมีพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข ชุมชน และพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข
๒๔. กระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ ๓๓๐/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๔๙ เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . และ (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . .
๒๕. ที่ประชุมเครือข่ายสถาบันฯ ได้มอบหมายให้คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อชี้แจงประเด็นความเห็นของ ๔ สภา ตามและเวียนให้ผู้แทนของสมาชิกเครือข่ายสถาบันฯ พิจารณาให้ความเห็นเพิ่มเติม คำสั่งคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ๑๕๖/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการในการจัดทำรายละเอียด (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . ยื่นเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข
๒๖. เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๙ คณะทำงานได้ประชุมจัดทำคำชี้แจงประเด็นข้อควรพิจารณาและความคิดเห็นต่อ (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . ของแพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา และสมาคมหมออนามัย
๒๗. เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๙ กระทรวงสาธารณสุข โดยคุณเมธี จันทร์จารุภรณ์ ได้เชิญประชุมพิจารณาหารือเกี่ยวกับ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข โดยมีผู้เข้าประชุมประกอบด้วย รศ.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม นางนภาพร ม่วงสกุล นายเมธี จันทร์จารุภรณ์ นายไพศาล บางชวด นายสามัคคี เดชกล้า นางอัญชลี ไชยสื่อ นายพรมมินทร์ กันทิยะ นายนิรุทธ์ อุทธา ซึ่งผลของการประชุม ให้มีการร่วมร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับเข้าด้วยกัน โดยใช้ร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข เป็นต้นร่าง และให้เพิ่มเติมคำว่าการรักษาพยาบาลเบื้องต้น รวมทั้งมีการแก้ไขข้อความในแต่ละ มาตราให้เหมาะสม
๒๘. เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม และ รศ.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ ได้ไปประชุมชี้แจงความก้าวหน้าของ พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . ต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่จังหวัดขอนแก่น
๒๙. เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๔๙ รศ.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ และ รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมวิชาการสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๔๙ ณ ห้องประชุม มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา
๓๐. เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๙ ได้ส่งเอกสารชี้แจงประเด็นความเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการ สาธารณสุข พ.ศ............... ของ ๔ สภาต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข (หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔/๒๙๔๓ ลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๙)
๓๑. เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึก เรื่อง การเสนอกฏหมายเพื่อสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสา-ธารณสุข (นพ.มงคล ณ สงขลา)
๓๒. เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งหนังสือ ที่ สธ ๐๑๐๐๒.๒/๒๖๐๓ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบถึงความสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ.....และได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปพิจารณาโดยเร่งด่วนแล้วเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงlสาธารณสุข เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
๓๓. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ กระทรวงสาธารณสุข โดยปลัดกระทรวง ได้มีคำสั่ง ที่ ๑๐๘๔/๒๕๔๙ แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ........... มีนายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ เป็นประธาน และมีสภาต่าง ๖ สภาร่วมเป็นกรรมการ โดยในส่วนของเครือข่ายสถาบันการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ฯ มี รศ. เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ และ รศ. กุหลาบ รัตนสัจธรรม เป็นกรรมการ
๓๔. เมือวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๙ ได้มีการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ ๑ ซึ่งผู้แทนสภาต่าง ๆ เสนอขอให้มีการพิจารณาทบทวนเรื่องความหมายของคำจำกัดความของการประกอบวิชาชีพสาธารณสุข
๓๕. เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๐ ได้มีการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ ๒ เพื่อสรุปทบทวนคำจำกัดความและข้อบังคับ
๓๖. เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๐ นายอำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะ รวม ๒๘ คน ได้เสนอ(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณา
๓๗. ภาคีสภาวิชาชีพประกอบด้วย แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา สภาเทคนิคการแพทย์ และสภากายภาพบำบัด ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการสาธารณสุขสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หนังสือที่ พส ๐๑๔/.... ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ขอเลื่อนการผ่านร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .........
๓๘. เมื่อวันที่ --- กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีรับ(ร่าง)พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ไปพิจารณาก่อนรับหลักการ และคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ(ร่าง) พ.ร.บ. ดังกล่าวแล้ว เพื่อพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๙. เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ......
๔๐. คณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพฯ (คำสั่งที่ ๕/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)
๔๑. เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เครือข่ายสถาบันการศึกษาสาธารณสุขฯ ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกเรื่องการเสนอกฎหมายเพื่อการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ถึงคณะกรรมาธิการสาธารณสุขสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และถึงเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อยืนยันการเสนอ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ....
๔๒. เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคีสภาวิชาชีพ เข้าประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๔๓. ประธานผู้บริหารเครือข่ายสถาบันฯ ได้เสนอข้อสังเกตการณ์ประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ...... ต่อรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิ (หนังสือ ที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔/๕๘๓ ลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)
๔๔. เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๐ รองศาสตราจารย์ กุหลาบ รัตนสัจจธรรม ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการสาธารณสุข ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นควรสนับสนุนการเสนอ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .....
๔๕. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทำบันทึกประกอบ(ร่าง)พระราชบัญญัติวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. ..... (เรื่องเสร็จ ที่ ๑๑๓/๒๕๕๐ มีนาคม ๒๕๕๐) โดยมีสาระสำคัญ คือ
๑) แก้ไขนิยามคำว่า วิชาชีพการสาธารณสุข เป็นวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน โดยให้ความหมายของคำนิยามดังกล่าวมีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบกับวิชาชีพในการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ หรือการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ
๒) กำหนดให้เป็นวิชาชีพสาธารณสุขชุมชนโดยมีจุดประสงค์หลักในการป้องกันควบคุมโรคในชุมชน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน และการประกอบวิชาชีพนี้จะไม่รวมถึงการประกอบโรคศิลปะหรือการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่น สำหรับการกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องต่าง ๆ ในร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นไปในแนวทางเดียวกับกฎหมายวิชาชีพด้านสาธารณสุขอื่น ๆ เช่น วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และวิชาชีพกายภาพบำบัด เป็นต้น
๔๖. เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๘.๑๗ น. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติได้ลงคะแนนเสียงเห็นด้วย ๓๖ เสียง ไม่เห็นด้วย ๕๙ เสียง งดออกเสียง ๓ จากจำนวนผู้เข้าประชุม ๙๘ คน ผลการลงมติ ไม่เห็นด้วย (ไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ)
๑) (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ซึ่งนายอำพล จินดาวัฒนะ กับคณะเป็นผู้เสนอ
๒) (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. ..... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ (ในวาระที่ ๑)
๔๗. เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๐ ผู้แทนเครือข่ายสถาบันฯ (รศ. กุหลาบ รัตนสัจจธรรม ผศ. สุรชาติ ณ หนองคาย และ นางนภาพร ม่วงสกุล) ได้ร่วมหารือกับทางผู้แทนสมาคมหมออนามัย(นายนิรุทธ์ อุทธา) เพื่อหารือในประเด็นที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่เห็นด้วยกับ(ร่าง)พ.ร.บ.ทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าว โดยมีประเด็นที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่เห็นด้วยคือ
๑) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ จำกัดสิทธิของประชาชนขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐
๒) ขัดกับการสาธารณสุขมูลฐาน
๓) วิชาชีพต้องมีความจำเพาะ
๔) คนที่มาประกอบวิชาชีพหลากหลาย
๕) การเสนอกฎหมายเร่งด่วน รีบร้อน
๖) จะเกิดสภาวิชาชีพแล้วไปควบคุมสถาบันการศึกษาในการจัดหลักสูตร
๗) ทำ พ.ร.บ. วิชาชีพฯ เพื่อมีตำแหน่งเข้าร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุข
๘) การมี พ.ร.บ. นี้มีประโยชน์เฉพาะกลุ่มคนเท่านั้น โดยใช้คำว่า สาธารณสุขชุมชน ซึ่งจะเน้นเฉพาะกลุ่มและไปจำกัดสิทธิของผู้อื่นในการประกอบวิชาชีพ
๔๘. เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๐ ผู้บริหารเครือข่ายสถาบันฯ ได้มีการประชุมร่วมกัน ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อหารือในการกำหนดแนวทางการดำเนินการผลักดัน(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ........... ต่อไป ซึ่งที่ประชุมมีมติที่จะดำเนินการ
๑) พัฒนา ปรับปรุง(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข... การทบทวนชื่อ พ.ร.บ.
๒) พิจารณาทบทวนหลักการและเหตุผลและรายละเอียดเนื้อหา พ.ร.บ. ในแต่ละมาตรา
๓) เชิญเครือข่ายฯ/สมาคม/ชมรม ที่ร่วมจัดทำ(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพเดิมมาร่วมประชุมหารือ
๔) วางกลยุทธ์ในการผลักดัน
๔๙. เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ผู้บริหารเครือข่ายสถาบันฯ และผู้ร่วมจัดทำ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ได้ร่วมประชุมหารือ ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ผลักดัน(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข.......ต่อ โดย
๑) การขับเคลื่อนในเชิงวิชาการโดยใช้ฐานคิดเกี่ยวกับคำว่า วิชาชีพ (Professional) มีการทบทวนหลักการ เหตุผล คำนิยามของวิชาชีพ การทบทวนเรื่องชื่อ พ.ร.บ.
๒) การขับเคลื่อนในเรื่องกระบวนการ
- การทำความเข้าใจ/สร้างพันธมิตรกับสภาวิชาชีพต่าง ๆ ด้วยเหตุและผล
- การชี้แจงให้คณะกรรมการ สนช. ที่ไม่เห็นด้วยให้เข้าใจ
- การเมือง
- การชี้แจงต่อสาธารณะ/การเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล
๕๐. ในเดือนกันยายน 2551 คณะบุคคลกลุ่มหนึ่งเรียกว่า สภาหมออนามัยแห่งชาติ ได้ผลักดันที่จะให้หมออนามัยสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมุ่งหวังที่จะเข้าเป็นวิชาชีพหนึ่งภายใต้ พ.ร.บ. ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2551
๕๑. ในเดือนมกราคม 2552 สมาคมวิชาชีพสาธารณสุขเตรียมผลักดันที่จะยกร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข และ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องอีกหนึ่งฉบับโดยบมีแผนที่จะประชุมระดมสมองสมาชิกทั่วประเทศระหว่างเดือนเมษายน 2552 ถึง มิถุนายน 2552
๒. สภาการพยาบาลได้เชิญ รองศาสตราจารย์ เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ และ รองศาสตราจารย์ กุหลาบ รัตนสัจธรรม ไปชี้แจง และทางสภาการพยาบาลเสนอให้ตัดคำว่า รักษาพยาบาลเบื้องต้นออก และทางเครือข่ายสถาบันได้ส่ง (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข ให้สภาการพยาบาลตามหนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔/๑๔๑๗ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๗ ๓. นำเสนอ (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพฯ ต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นายแพทย์วัลลภ ไทยเหนือ) หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๗๗ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๔๗
๔. เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ ได้มีการประชุมตกลงร่วมกัน ในการพิจารณาที่จะดำเนินการจัดทำ (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพสาธารณสุขชุมชน ที่จัดทำโดย สมาคมหมออนามัย (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพสาธารณสุข พ.ศ. . . . ที่จัดทำโดยเครือข่ายสถาบันการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และ (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . ที่จัดทำโดยชมรมศิษย์เก่าวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น
๕. เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมหมออนามัย ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ชมรมศิษย์เก่าวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ในการรวม (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพทั้ง ๓ (ร่าง) ให้เป็น (ร่าง) เดียวกัน โดยใช้ชื่อว่า (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . .
๖. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อนายกรัฐมนตรี (ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์) หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๓๐๒๕ ลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๗ ณ เวทีการประชุม ทางเลือกใหม่ เมืองไทยสุขภาพดี (Healthy Thailand) ศูนย์ประชุมไบเทค
๗. ได้มีการนำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ แก่บุคลากรสาธารณสุขในระดับภาค ให้รับทราบและให้ข้อเสนอแนะในเวทีการประชุม เส้นทางสู่ สภาวิชาชีพการสาธารณสุข และการปรับตัวสู่อนาคตการสาธารณ สุขไทย
ครั้งที่ ๑ ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๗
ครั้งที่ ๒ ภาคกลาง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๗
ครั้งที่ ๓ ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๗
ครั้งที่ ๔ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๗
๘. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร) หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๓๖๔๓ ลงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๗
๙. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อนายกแพทยสภา หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๔๓๔๘ ลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
๑๐. เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๗ แพทยสภา ได้เชิญคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม และ นางนภาพร ม่วงสกุล เป็นผู้แทน) และทางสมาคมหมออนามัย (โดยมีคุณนิรุจน์ อุทธา และคณะ เป็นผู้แทน) ไปชี้แจงสาระสำคัญ รายละเอียดของ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ซึ่งมีการ (ร่วม) ร่าง พ.ร.บ. ๓ ร่างเดิมเข้าด้วยกันแล้ว และทางแพทยสภามีประเด็นให้เพิ่มเติมสาระสำคัญในมาตรา ๒๗ เพื่อมิให้กีดกันสาขาวิชาชีพเวชกรรมป้องกัน
๑๑. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล) หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๒๙๗ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๘
๑๒. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นพ.วิชัย เทียนถาวร) เพื่อขอติดตามความก้าวหน้า หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ - ๘๒๗๙ ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๘
๑๓. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๒๘ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๔. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อหัวหน้าพรรคชาติไทย หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๒๙ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๕. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๓๐ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๖. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่อนายกรัฐมนตรี หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔ / ๑๔๓๑ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๗. สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า ได้นำเรื่อง (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ กราบเรียนนายกรัฐมนตรี และส่งเรื่องให้กระทรวงสาธารณสุขรับไปพิจารณา (หนังสือที่ นร ๐๔๑๐ / ๕๙๕๖ ลงวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘)
๑๘. นำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔/ ๑๗๖๒ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘
๑๙. รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งข้อมูลความก้าวหน้าการนำเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ แจ้งว่า ได้ส่ง (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ ให้แพทยสภา ทันตแพทยสภา สภาเภสัชกรรม และกรมสนับสนุนบริการ สุขภาพพิจารณา (หนังสือที่ สธ ๐๒๐๑.๐๔๒.๑ / ๒๔๖๕ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๘)
๒๐. เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญไปชี้แจงสาระสำคัญของ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ โดยมีผู้ร่วมชี้แจงจากสมาคมหมออนามัยคือ นายนิรุทธ์ อุทธา
๒๑. เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๘ ประธานคณะกรรมการกฎหมายและกิจการรัฐสภา พรรคชาติไทย ได้เชิญไปชี้แจงสาระสำคัญของ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ
๒๒. วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๘ ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญให้ไปเข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องจากยังมีภาคประชาชน ผลักดันให้นำ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการ สาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
๒๓. แพทยสภาได้มีหนังสือที่ พส. ๐๑๔/๑๐๙ ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่องความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . และร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . โดยแพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา ได้แจ้งข้อพิจารณาใน ๔ ประเด็น โดยผลการพิจารณาของ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม และ ทันตแพทยสภา มีความเห็นใน ๔ ประเด็นดังนี้
๑. การสาธารณสุขชุมชน และการสาธารณสุข ไม่เป็นวิชาชีพ จึงไม่ต้องมีกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพ
๒. ไม่มีความจำเป็นต้องมีพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน และพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข
๓. ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . และร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . มีการก้าวล่วงเข้าไปในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม การพยาบาล และการผดุงครรภ์ เภสัชกรรม ทันตกรรม เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และการประกอบโรคศิลปะ ตลอดจนกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
๔. การปฏิบัติงานของบุคลากรด้านสาธารณสุข เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐมอบหมาย มีระเบียบของราชการคือ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้บุคลากรดังกล่าวถือปฏิบัติอยู่แล้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงมีความเห็นว่าไม่ควรมีพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข ชุมชน และพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข
๒๔. กระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ ๓๓๐/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๔๙ เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . และ (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . .
๒๕. ที่ประชุมเครือข่ายสถาบันฯ ได้มอบหมายให้คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อชี้แจงประเด็นความเห็นของ ๔ สภา ตามและเวียนให้ผู้แทนของสมาชิกเครือข่ายสถาบันฯ พิจารณาให้ความเห็นเพิ่มเติม คำสั่งคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ๑๕๖/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการในการจัดทำรายละเอียด (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . ยื่นเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข
๒๖. เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๙ คณะทำงานได้ประชุมจัดทำคำชี้แจงประเด็นข้อควรพิจารณาและความคิดเห็นต่อ (ร่าง) พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. . . . ของแพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา และสมาคมหมออนามัย
๒๗. เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๙ กระทรวงสาธารณสุข โดยคุณเมธี จันทร์จารุภรณ์ ได้เชิญประชุมพิจารณาหารือเกี่ยวกับ (ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข โดยมีผู้เข้าประชุมประกอบด้วย รศ.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม นางนภาพร ม่วงสกุล นายเมธี จันทร์จารุภรณ์ นายไพศาล บางชวด นายสามัคคี เดชกล้า นางอัญชลี ไชยสื่อ นายพรมมินทร์ กันทิยะ นายนิรุทธ์ อุทธา ซึ่งผลของการประชุม ให้มีการร่วมร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับเข้าด้วยกัน โดยใช้ร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข เป็นต้นร่าง และให้เพิ่มเติมคำว่าการรักษาพยาบาลเบื้องต้น รวมทั้งมีการแก้ไขข้อความในแต่ละ มาตราให้เหมาะสม
๒๘. เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม และ รศ.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ ได้ไปประชุมชี้แจงความก้าวหน้าของ พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. . . . ต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่จังหวัดขอนแก่น
๒๙. เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๔๙ รศ.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ และ รศ.กุหลาบ รัตนสัจธรรม ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมวิชาการสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๔๙ ณ ห้องประชุม มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา
๓๐. เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๙ ได้ส่งเอกสารชี้แจงประเด็นความเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการ สาธารณสุข พ.ศ............... ของ ๔ สภาต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข (หนังสือที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔/๒๙๔๓ ลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๙)
๓๑. เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึก เรื่อง การเสนอกฏหมายเพื่อสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสา-ธารณสุข (นพ.มงคล ณ สงขลา)
๓๒. เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งหนังสือ ที่ สธ ๐๑๐๐๒.๒/๒๖๐๓ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบถึงความสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ.....และได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปพิจารณาโดยเร่งด่วนแล้วเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงlสาธารณสุข เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
๓๓. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ กระทรวงสาธารณสุข โดยปลัดกระทรวง ได้มีคำสั่ง ที่ ๑๐๘๔/๒๕๔๙ แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ........... มีนายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ เป็นประธาน และมีสภาต่าง ๖ สภาร่วมเป็นกรรมการ โดยในส่วนของเครือข่ายสถาบันการศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ฯ มี รศ. เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ และ รศ. กุหลาบ รัตนสัจธรรม เป็นกรรมการ
๓๔. เมือวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๙ ได้มีการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ ๑ ซึ่งผู้แทนสภาต่าง ๆ เสนอขอให้มีการพิจารณาทบทวนเรื่องความหมายของคำจำกัดความของการประกอบวิชาชีพสาธารณสุข
๓๕. เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๐ ได้มีการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ ๒ เพื่อสรุปทบทวนคำจำกัดความและข้อบังคับ
๓๖. เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๐ นายอำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะ รวม ๒๘ คน ได้เสนอ(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณา
๓๗. ภาคีสภาวิชาชีพประกอบด้วย แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา สภาเทคนิคการแพทย์ และสภากายภาพบำบัด ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการสาธารณสุขสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หนังสือที่ พส ๐๑๔/.... ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ขอเลื่อนการผ่านร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .........
๓๘. เมื่อวันที่ --- กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีรับ(ร่าง)พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ไปพิจารณาก่อนรับหลักการ และคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ(ร่าง) พ.ร.บ. ดังกล่าวแล้ว เพื่อพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๔๙
๓๙. เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ......
๔๐. คณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพฯ (คำสั่งที่ ๕/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)
๔๑. เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เครือข่ายสถาบันการศึกษาสาธารณสุขฯ ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกเรื่องการเสนอกฎหมายเพื่อการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ถึงคณะกรรมาธิการสาธารณสุขสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และถึงเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อยืนยันการเสนอ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ....
๔๒. เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคีสภาวิชาชีพ เข้าประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๔๓. ประธานผู้บริหารเครือข่ายสถาบันฯ ได้เสนอข้อสังเกตการณ์ประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ...... ต่อรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิ (หนังสือ ที่ ศธ ๐๕๑๗.๑๔/๕๘๓ ลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)
๔๔. เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๐ รองศาสตราจารย์ กุหลาบ รัตนสัจจธรรม ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการสาธารณสุข ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นควรสนับสนุนการเสนอ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .....
๔๕. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทำบันทึกประกอบ(ร่าง)พระราชบัญญัติวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. ..... (เรื่องเสร็จ ที่ ๑๑๓/๒๕๕๐ มีนาคม ๒๕๕๐) โดยมีสาระสำคัญ คือ
๑) แก้ไขนิยามคำว่า วิชาชีพการสาธารณสุข เป็นวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน โดยให้ความหมายของคำนิยามดังกล่าวมีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบกับวิชาชีพในการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ หรือการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ
๒) กำหนดให้เป็นวิชาชีพสาธารณสุขชุมชนโดยมีจุดประสงค์หลักในการป้องกันควบคุมโรคในชุมชน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน และการประกอบวิชาชีพนี้จะไม่รวมถึงการประกอบโรคศิลปะหรือการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่น สำหรับการกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องต่าง ๆ ในร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นไปในแนวทางเดียวกับกฎหมายวิชาชีพด้านสาธารณสุขอื่น ๆ เช่น วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และวิชาชีพกายภาพบำบัด เป็นต้น
๔๖. เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๘.๑๗ น. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติได้ลงคะแนนเสียงเห็นด้วย ๓๖ เสียง ไม่เห็นด้วย ๕๙ เสียง งดออกเสียง ๓ จากจำนวนผู้เข้าประชุม ๙๘ คน ผลการลงมติ ไม่เห็นด้วย (ไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ)
๑) (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ..... ซึ่งนายอำพล จินดาวัฒนะ กับคณะเป็นผู้เสนอ
๒) (ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. ..... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ (ในวาระที่ ๑)
๔๗. เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๐ ผู้แทนเครือข่ายสถาบันฯ (รศ. กุหลาบ รัตนสัจจธรรม ผศ. สุรชาติ ณ หนองคาย และ นางนภาพร ม่วงสกุล) ได้ร่วมหารือกับทางผู้แทนสมาคมหมออนามัย(นายนิรุทธ์ อุทธา) เพื่อหารือในประเด็นที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่เห็นด้วยกับ(ร่าง)พ.ร.บ.ทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าว โดยมีประเด็นที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่เห็นด้วยคือ
๑) พ.ร.บ.วิชาชีพฯ จำกัดสิทธิของประชาชนขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐
๒) ขัดกับการสาธารณสุขมูลฐาน
๓) วิชาชีพต้องมีความจำเพาะ
๔) คนที่มาประกอบวิชาชีพหลากหลาย
๕) การเสนอกฎหมายเร่งด่วน รีบร้อน
๖) จะเกิดสภาวิชาชีพแล้วไปควบคุมสถาบันการศึกษาในการจัดหลักสูตร
๗) ทำ พ.ร.บ. วิชาชีพฯ เพื่อมีตำแหน่งเข้าร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุข
๘) การมี พ.ร.บ. นี้มีประโยชน์เฉพาะกลุ่มคนเท่านั้น โดยใช้คำว่า สาธารณสุขชุมชน ซึ่งจะเน้นเฉพาะกลุ่มและไปจำกัดสิทธิของผู้อื่นในการประกอบวิชาชีพ
๔๘. เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๐ ผู้บริหารเครือข่ายสถาบันฯ ได้มีการประชุมร่วมกัน ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อหารือในการกำหนดแนวทางการดำเนินการผลักดัน(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ........... ต่อไป ซึ่งที่ประชุมมีมติที่จะดำเนินการ
๑) พัฒนา ปรับปรุง(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข... การทบทวนชื่อ พ.ร.บ.
๒) พิจารณาทบทวนหลักการและเหตุผลและรายละเอียดเนื้อหา พ.ร.บ. ในแต่ละมาตรา
๓) เชิญเครือข่ายฯ/สมาคม/ชมรม ที่ร่วมจัดทำ(ร่าง) พ.ร.บ. วิชาชีพเดิมมาร่วมประชุมหารือ
๔) วางกลยุทธ์ในการผลักดัน
๔๙. เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ผู้บริหารเครือข่ายสถาบันฯ และผู้ร่วมจัดทำ(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. ได้ร่วมประชุมหารือ ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ผลักดัน(ร่าง) พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข.......ต่อ โดย
๑) การขับเคลื่อนในเชิงวิชาการโดยใช้ฐานคิดเกี่ยวกับคำว่า วิชาชีพ (Professional) มีการทบทวนหลักการ เหตุผล คำนิยามของวิชาชีพ การทบทวนเรื่องชื่อ พ.ร.บ.
๒) การขับเคลื่อนในเรื่องกระบวนการ
- การทำความเข้าใจ/สร้างพันธมิตรกับสภาวิชาชีพต่าง ๆ ด้วยเหตุและผล
- การชี้แจงให้คณะกรรมการ สนช. ที่ไม่เห็นด้วยให้เข้าใจ
- การเมือง
- การชี้แจงต่อสาธารณะ/การเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล
๕๐. ในเดือนกันยายน 2551 คณะบุคคลกลุ่มหนึ่งเรียกว่า สภาหมออนามัยแห่งชาติ ได้ผลักดันที่จะให้หมออนามัยสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมุ่งหวังที่จะเข้าเป็นวิชาชีพหนึ่งภายใต้ พ.ร.บ. ส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2551
๕๑. ในเดือนมกราคม 2552 สมาคมวิชาชีพสาธารณสุขเตรียมผลักดันที่จะยกร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุข และ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องอีกหนึ่งฉบับโดยบมีแผนที่จะประชุมระดมสมองสมาชิกทั่วประเทศระหว่างเดือนเมษายน 2552 ถึง มิถุนายน 2552
เมนูหลัก :
ข้อมูลบริหาร :
- วิสัยทัศน์
- ยุทธศาสตร์ของชมรมฯ
- พันธกิจของชมรมฯ
- ความเป็นมาของชมรมฯ
- ประวัติสถานีอนามัย
- กรรมการชมรมฯ
- ผลงานของชมรมฯ
- คุยกับประธานชมรมฯ
- คุยกับเลขาชมรมฯ
- ติดต่อเรา
เส้นทาง พรบ.วิชาชีพสาธารณสุข :
- กระบวนการตรากฏหมายวิชาชีพสาธารณสุข
- ข้อเสนอเพื่อการพัฒนาวิชาชีพการสาธารณสุข
- ลำดับเหตุการณ์ พรบ.วิชาชีพการสาธารณสุข
- วาระประชุมของสมาคมวิชาชีพสาธารณสุขร่วมกับเครือข่ายสถาบันการศึกษาสาธารณสุขฯ
หมออนามัยจำเป็นต้องรู้ :
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
- สุขบัญญัติ
- สถานการณ์ไข้เลือดออก
- KM-Yoga-โยคะ
- ไข้หวัดนก
- วิตามินและเกลือแร่
ลิงค์เพลง :