ร ยธยžร ยธยฃร ยธยš.ร ยธยงร ยธยดร ยธยŠร ยธยฒร ยธยŠร ยธยตร ยธยžร ยธยชร ยธยฒร ยธย˜ร ยธยฒร ยธยฃร ยธย“ร ยธยชร ยธยธร ยธย‚ ร ยนย€ร ยธย‚ร ยนย‰ร ยธยฒ ร ยธย„ร ยธยฃร ยธยก. 13 ร ยธย.ร ยธย„.53 ร ยนยร ยธย™ร ยนยˆร ยธย™ร ยธยญร ยธย™

เพื่อนสา'สุข และหมอ อนามัย มีลุ้นอีกครั้ง ร่าง พรบ.วิชาชีพสาธารณสุข จะนำเข้าวาระ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ วันที่ 13 กค.2553 นี้ ก่อนที่ท่านจะอ่านเนื้อหาทั้งหมดของบันทึกฉบับนี้ ผมขอชี้แจงก่อนนะครับว่า ผมในฐานะผู้เขียนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมวิชาชีพสาธารณสุขมาตั้งแต่เริ่มแรก แต่จากการที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมในเวทีของสมาคมวิชาชีพสาธารณสุขในรอบปีที่ผ่านมาที่เวทีจังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2552 ซึ่งจัดได้ยิ่งใหญ่ ดูดีมีศักยภาพ ซึ่งสะท้อนภาพพจน์ที่ดีของพวกเรากันเอง สมาคมฯ เขาทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจนถึงผลที่ได้จากเวทีการประชุมเสวนา หลังจากนั้นผมก็เฝ้าติดตามข่าวความ เคลื่อนไหวใน แต่ละกิจกรรมที่สมาคมฯ เขามีความตั้งใจจริงในการทำงาน โดยเฉพาะทีมงานเขาเกาะติดเรื่อง พรบ.วิชาชีพสาธารณสุขอย่างจริงจัง มีการสรุปข้อมูลถึงความก้าวหน้าในแต่ละจังหวะก้าวที่ชัดเจน แม้ว่าจะเข้าสภาฯ ไปแล้วก็ตาม แต่ทีมสมาคมฯ ก็ไม่วางใจเพราะยังไม่ไว้วางใจและไม่เชื่อมั่นต่อผู้บริหารของกระทรวง สธ. ที่ไม่มีความจริงใจต่อพวกเรา และก็ยังไม่วางใจในการทำงานของนักการเมืองมากนัก แต่ก็ต้องอาศัยนักการเมือง เพราะจะต้องเข้าไปทำหน้าที่ defense กฎหมายให้กับเรา ถือได้ว่า กัดไม่ปล่อยจริงๆ ทีมงานในจังหวัดมุกดาหารได้มีส่วนร่วมในทุกจังหวะก้าวของการผลักดันให้มี 2 พรบ. คือ พรบ.วิชาชีพการสาธารณสุข และ พรบ.การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค แห่งชาติ จนมีการส่งมอบ พรบ.ทั้งสองให้นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และประธานรัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ไปเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2552 ที่บริเวณอาคารรัฐสภา ต่อมาก็รับทราบว่า ทีมสมาคมวิชาชีพสาธารณสุขได้เข้าไป ชี้แจงถึงเจตนารมณ์ หลักการ และวัตถุประสงค์ของการมี พรบ.วิชาชีพสาธารณสุข ต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เมื่อ 2 กพ.2553 และ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 25 กพ.2553 ซึ่งในครั้งหลังนี้ทีมงานของมุกดาหารได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟังการประชุม กรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรด้วย พร้อมทั้งได้ส่งมอบรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอขอให้มีกฎหมายวิชาชีพสาธารณสุข โดยสมาคมฯ ใช้ช่องทางการเสนอขอให้มีกฎหมายในนามภาคประชาชน ข้อดีของวิธีนี้ซึ่งเป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ 2550 ทำให้มีโอกาสได้ส่งตัวแทนที่จะทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการด้วยถึง 1 ใน 3 หรือเป็นกรรมาธิการในส่วนของภาคประชาชนตามที่สมาคมฯ เป็นองค์กรหลักนำเสนอ เมื่อติดตามการทำงานทำงานของสมาคมฯ มาโดยตลอด จึงตัดสินใจอาสาเข้ามาทำหน้าที่ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลที่เป็นข้อ เท็จจริง และให้ความช่วยเหลือในบทบาทที่ทีมงานจังหวัดมุกดาหารจะพึงกระทำได้ (กระจายข่าวดีเพื่อประโยชน์ของพวกเราชาวสาสุข โดยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันสถานการณ์) มีข้อสงสัย และซักถามกันมามากถึงเรื่อง ความก้าวหน้าของ พรบ.วิชาชีพสาธารณสุข ฉบับที่เสนอโดยกระทรวงสาธารณสุข และจะเป็นร่างที่เสนอโดยรัฐบาล ซึ่งเป็นฉบับเดียวกับที่เสนอโดย ส.ส.20 คนของพรรคประชาธิปัตย์ร่วมลงนามรับเป็นเจ้าของร่างกฎหมาย ซึ่งเสนอเข้าสู่สภาฯ ไปเมื่อวันที่ 5 สค.2552 และเป็นฉบับเดียวกันกับที่เสนอโดยสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ในนามภาคประชาชนร่วมลงลายมือชื่อสนับสนุนให้มีกฎหมายนี้ 20,000 รายชื่อ ไปเมื่อวันที่ 19 สค.2552 และ 25 กพ.2553 ที่อาคารรัฐสภา และจากการที่ผู้เกี่ยวข้อง ของสำนักงานรัฐมนตรีได้ประสานแจ้งมายังสมาคมวิชาชีพสาธารณสุขว่า อาจมีการนำร่าง พรบ.วิชาชีพสาธารณสุข ฉบับที่เสนอโดยกระทรวง เข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 22 มิถุนายน 2553 ที่ผ่าน มานั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการนำเข้าวาระการพิจารณาให้ความเห็นแต่ประการใด แม้ว่าจะมีหนังสือนำส่งเลขาคณะรัฐมนตรี ซึ่งลงนามโดย รมว.สธ.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ไปเมื่อ 17 พค.2553 แล้วก็ตาม ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เฝ้าติดตามข่าวความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด ทุกๆ เย็นวันอังคาร ต้องเข้าไปเช็คดูที่เวปไซด์ของรัฐบาล ( www.thaigov.go.th ) ว่าอาทิตย์นี้ ครม.มีวาระการพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง มีเรื่อง พรบ.วิชาชีพสาธารณสุขของเราหรือเปล่า แต่ปรากฏว่า หลังจากผ่านวันที่ 22 มิถุนายนไปแล้ว ก็ยัง ไม่ปรากฏว่า ร่าง พรบ.วิชาชีพสาธารณสุข พ.ศ. ....... ได้รับการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี จนเป็นที่วิพากษ์ วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา เช่น “หมออนามัยกินแห้ว” “หมออนามัยโดนหลอก” “รัฐมนตรีไม่มีความจริงใจ” ฯลฯ แต่ตัวผมยังขอสงวนสิทธิ์ในการวิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นว่าเราโดนหลอกหรือไม่ เพราะเราสามารถทำความเข้าใจได้ว่า ในยามที่สถานการณ์ปัจจุบันมีข้อจำกัดหลายอย่าง ที่สำคัญคือยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาบ้านเมืองอีกมากมายที่รัฐบาลต้องพิจาร ณาและแก้ไขโดยด่วน ซึ่งการที่จะนำเรื่อง พรบ.วิชาชีพสาธารณสุขของเรา เข้าสู่วาระการพิจารณาของ ครม.ได้นั้น จึงส่งผลให้เกิดความล่าช้า ประการที่สำคัญในขั้นตอนก่อนนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของ ครม.นั้น จะต้องสอบถามความคิดเห็นไปอีกหลายกระทรวง ทบวง กรม รวมถึงสำนักงาน ก.พ. กพร. สำนักงบประมาณ เพราะเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน เมื่อมี พรบ.วิชาชีพสาธารณสุขของเราแล้ว นั่นย่อมหมายถึงการอนุมัติให้มีค่าตอบแทนวิชาชีพไปด้วย ฉะนั้นจะต้องมีการพิจารณาถึงเม็ดเงินที่ต้องจัดสรรในงบประมาณแผ่นดินเป็นรายปีว่าจะต้องใช้เม็ดเงินอีกเท่าไหร่ ดังนั้น ร่าง พรบ.วิชาชีพสาธารณสุข พ.ศ. ...... ฉบับที่เสนอโดยกระทรวงสาธารณสุขครั้งนี้จะเป็นไปตามกำหนดการที่ประสานแจ้งมายังผู้แทนของสมาคมวิชาชีพหรือไม่อย่างไร หากต้องมีการเลื่อนกำหนดและเกิดความล่าช้า สมาคมวิชาชีพสาธารณสุขก็ไม่อาจคาดเดาได้ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมจริงๆ ล่าสุด วันนี้ 9 กค. 2553 ผู้แทนของสมาคมวิชาชีพสาธารณสุขได้รับการประสานจากกลุ่มกฎหมาย สป.ว่า ให้ส่งตัวแทนไป Stand by เพื่อเตรียมให้ข้อมูลหรือตอบข้อสงสัยของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม 2553 เวลา 09.00 - 12.00 น. ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกลุ่มกฎหมาย และผู้แทนสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ซึ่งตัวแทนทั้ง 3 ท่าน เป็นบุคคลที่พวกเราหมออนามัยให้ความเคารพนับถือ และเชื่อมั่นว่าเป็นผู้มีความรู้ มีความสามารถ และเข้าถึงแก่นของงานสาธารณสุข นับจากวันนี้หากไม่มีเหตุและปัจจัยอื่นที่ทำให้ร่าง พรบ.วิชาชีพสาธารณสุข พ.ศ... ต้องเลื่อนกำหนดการจัดเข้าวาระการพิจารณาของ คณะรัฐมนตรีครั้งนี้ไปอีก เรา คงต้องเฝ้าติดตามผลจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า จะพิจารณาให้ความเห็นกันอย่างไร หากผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อการ เสนอขอให้มี พรบ.วิชาชีพการสาธารณสุขแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้ไปคือ ครม.จะดำเนินการส่ง ร่าง พรบ.ฯ ไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่มีหน้าที่ดูแลกฎหมายเกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข) เพื่อตรวจความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหา และภาษากฎหมาย จากการบค้นข้อมูลพบว่า คณะนี้ประกอบด้วยบุคคลสำคัญคือ อ.สวัสดิ์ โชติพานิช อดีต กกต.ชุดแรก เป็นประธาน และมี ศ.เกียรติคุณ นพ.วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ เป็นกรรมการกฤษฎีกา (ซึ่งทีมงานของสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข คือ นายกฯ ไพศาล บางชวด, อ.ดร.ทัศนีย์ บัวคำ, รศ.ดร.สุรชาติ ณ หนองคาย, คุณสมบัติ ชูเถื่อน และคุณอเนก ทิมทับ ได้เดินทางขออนุญาตเข้าพบเพื่อขอรับคำชี้แนะ ไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา) ช่วงเวลาในการตรวจสอบความสมบูรณ์ ความถูกต้องของร่าง พรบ.ฯ จะต้องใช้ัเวลาพอสมควร หากมีการแก้ไขใหม่ก็ต้องส่งกลับมาที่กระทรวง สธ.อีกครั้ง ถ้าไม่มีการแก้ไขก็จะส่ง ร่าง พรบ.ฯ กลับเข้าคณะรัฐมนตีอีกครั้ง เพื่อส่งต่อไปยังประธานวิปรัฐบาล ปัจจุบันคือ นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วนำเสนอไปยังประธานรัฐสภาเพื่อบรรจุเข้าวาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในนามร่างฯกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาลประกบกับร่างที่เสนอโดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 24 คน และที่เสนอโดยสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ในนามภาคประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง รวม 20,000 คน ร่วมเข้าชื่อเสนอ รออยู่ในสภาทั้ง 2 ฉบับ รวม 3 ช่องทางที่เสนอขอให้มีกฎหมายวิชาชีพสาธารณสุขครั้งนี้ ซึ่งก็จะมีการรวมร่างเป็นฉบับเดียวกัน ที่เราต้องระมัดระวังที่สุดก็คือ เราหวังว่าคงจะไม่มีใครแอบเสนอร่าง พรบ.ฯ อีกฉบับ มิเช่นนั้นเราเจอเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตปี 2550 ที่มีร่าง พรบ.ฯ ถึง 3 ร่าง ต่างคนต่างเขียนขึ้นมา เป็นเหตุให้ร่าง พรบ.ต้องตกไปด้วยเช่นกัน ขณะนี้เราร่วมกันเดินทางมาถึงจุดนี้ สมาคมวิชาชีพสาธารณสุขกำลังผลักดันและขับเคลื่อนพรบ.ทั้งสองฉบับ ผมเห็นการทำงานของสมาคมฯที่มีฐานความคิดที่มีความเป็นเหตุเป็นผล มีความเป็นวิชาการมารองรับ โดยตั้งเป้าหมายของความสำเร็จที่ชัดเจน ผมคิดว่า สิ่งที่พวกเราจะต้องช่วยกันคือ ความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจกันผนึกกำลังให้เป็นหนึ่งเดียว สมาคมฯ เขาขอร้องเสมอก็คือ "ขอให้พวกเราชาวสา'สุข และหมออนามัย มีความเป็นเอกภาพ อย่าปิดกั้นกันเอง ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะมีกฎหมายวิชาชีพสาธารณสุขในครั้งนี้ เราจะอยู่อย่างไม่ีมีศักดิ์ศรี และไม่มีโอกาสทัดเทียมกับวิชาชีพอื่น เราต้องช่วยเหลือกันเองและพึงตัวเองกันให้มากที่สุด อย่ามัวรอว่ากระทรวงสาธารณสุขจะคิดหรือว่าทำอะไรให้เรา เพราะเราไม่ใช่แพทย์ สายพันธุ์เรากำลังใกล้สูญพันธุ์แล้วจริงๆ" ผมคิดว่าทุกคนคงมีความสุข และยินดีกับสิ่งที่คาดว่ากำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็แน่นอนว่า สิ่งที่เราคิดว่ามันคงเป็นไปตามความต้องการ หรือตามที่เราคิดหวังไว้นั้น มันอาจจะไม่เป็นไปตามที่เราคิดหวังก็เป็นไปได้ ดังนั้น เราจะมัวมานั่งเฉยๆ รอฝนรอฟ้าประทาน โดยที่เราไม่ช่วนกันลุกขึ้นมาทำอะไรเลย สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดอาจจะเป็นภา พฝันก็เป็นไปได้ กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ผมมั่นใจว่า ทีมงานของสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข จะทำหน้าที่นี้อย่างดีที่สุด แต่ลำพังทีมงานของสมาคมวิชาชีพสาธารณสุขเพียงอย่างเดียวก็คงทำงานใหญ่งานนี้ ให้สำเร็จได้ลำบาก ถ้าขาดซึ่งแรงสนับสนุนด้านต่างๆ ที่สำคัญ คือ 1.ภาควิชาการและองค์ความรู้ ซึ่งสมาคมวิชาชีพสาธารณสุขได้ทำอยู่แล้ว 2.ภาคการเมือง และ 3.ภาคสังคมหรือประชาชน พวกเราชาวสาธารณสุข ชาวหมออนามัย สามารถเป็นแรงสนับสนุนเพื่อให้งานนี้สำเร็จได้ โดยการขับเคลื่อนใน 2 ภาคหลัง คือ ภาคการเมือง และภาคสังคม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น บนความไม่แน่นอนและไม่ชัดเจนทางนโยบาย เช่น การกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข ทิศทางการดำเนินงานตามนโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล นโยบายด้านกำลังคน และข้อกำหนดต่างๆ ที่ทำให้หมออนามัยทำงานลำบากมากขึ้น จนมีบางคนให้คำจำกัดความกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า “เรากำลังจะถูกเผาบ้าน” หากพวกเรายังนิ่งเฉย ดูดาย ไม่ช่วยกันเร่งที่จะพัฒนาตนเอง ปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง ผมบอกได้เลยว่า เส้นทางสายนี้ของพวกเราแคบลงทุกที เราเดินมาถึงทางตันและอาจจะ สูญพันธุ์ไปในที่สุด ซึ่งเราพิจารณาได้จาก หนังสือ ที่ นร 1004 / ว 20 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2553 เรื่อง วุฒิที ก.พ. กำหนดให้คัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 – 2554 ซึ่งไม่มีการระบุชื่อตำแหน่งในสายงานนักวิชาการสาธารณสุขและเจ้าพนักงานสาธารณสุข บางท่านอาจแย้งว่า นี่ยังไม่ใช้ข้อสรุป แต่ผมคิดว่ามันคือสัญญาน หรือจุดเริ่มต้นของการคุมกำเนิดหมออนามัย เพราะที่มาของการกำหนดตำแหน่งที่จะบรรจุหรือไม่บรรจุบุคคลเข้ารับราชการนั้น ต้องมาจาก อ.กพ.กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งประกอบด้วย 6 สภาวิชาชีพ นอกจากนี้ยังมีมติของผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า "ให้มีการถ่ายโอนสถานีอนามัยไปให้ อปท.ได้ในพื้นที่ที่มีความพร้อม เท่ากับว่าเป็นการเริ่มให้ทยอยถ่ายโอน สอ.แล้ว" และนี่ยังไม่นับ ร่าง พรบ.ข้าราชการสาธารณสุขและบุคลากรสาธารณสุข พ.ศ. ... (กฎหมายออกจาก กพ.) ของแพทยสภา ที่ กำหนดคณะกรรมการ กสธ. 24 คน แต่เป็นแพทย์ถึง 12 – 14 คน ครองเสียงข้างมาก (ผมได้เคยแสดงข้อคิดเห็นแล้ว) แต่พวกเราบางกลุ่ม บางชมรมฯ ก็เห็นดีเห็นงามและเชียร์อย่างออกนอกหน้า ถึงขนาดทำลิงค์ที่หน้าเวปไซด์ของชมรมฯ (ผู้เขียนเห็นด้วยกับการออกจาก กพ. แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะพวกเราจะลำบาก ) การขับเคลื่อน พรบ.วิชาชีพสาธารณสุข ของพวกเราชาวสา'สุขและหมออนามัย ยังถูกขัดขวาง โดยเฉพาะ 6 สภาวิชาชีพ ที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอขอให้มีกฎหมายฉบับนีั้ นอกจากนี้ยังถูกหลายฝ่ายโจมตีว่าทำเพื่อตัวเอง เพื่อต้องการได้เงินประจำตำแหน่ง 3,500 บาท ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะถูกวิจารณ์อย่างนั้น เพราะแม้แต่หมออนามัยของเราเองบางคนก็คิดเช่นนั้น ซึ่งเป็นส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่คิดไปไกลกว่านั้นครับ เราไม่ได้ต้องการวิชาชีพเพื่อให้ได้เงิน พตส., เงินประจำตำแหน่ง แต่เราต้องการเห็นการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข ปฏิรูประบบสาธารณสุข ให้สามารถดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง ไม่เน้นงานด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ แต่จะเน้นความมีสมดุลยภาพ (Balance) มีความเสมอภาค บนพื้นฐานของความเป็นเหตุเป็นผล ส่งเสริมผู้มีความรู้ ความสามารถให้ได้มีโอกาสได้ทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสม และแน่นอนที่สุด ความมั่นคง ความก้าวหน้า และศักดิ์ศรีของหมออนามัย จะเป็นสิ่งที่ตามมา อยากถามพวกเราหมออนามัยว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยัง …!!!! ” ที่พวกเราจะลุกขึ้นมาทำสิ่งนั้น ลุกขึ้นมาเขียนพิมพ์เขียว และเส้นทางเดิน (Roadmap) ในอนาคตของพวกเราด้วยมือของเราเอง ทั้งหมดที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ล้วนอยู่ที่พวกเราทั้งสิ้น ขณะนี้สมาคมวิชาชีพสาธารณสุขได้ทำหน้าที่แล้ว พวกเราชาวสา'สุขและหมออนามัยได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้วหรือยัง .... เปิดโอกาสให้ตัวเอง มองโลกให้กว้างขึ้น เปิดใจรับกับสิ่งใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ คิดด้วยเหตุด้วยผล เลิกใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องตัดสินชี้ผิดชี้ถูกด้วยใจที่เป็นอคติ เราต้องคิดใหม่ว่า สมาคมวิชาชีพสาธารณสุขเขาผลักดันและขับคลื่อนอยู่ในขณะนี้ เขาทำโดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของพวกเราชาวสา'สุข และหมออนามัยใช่หรือไม่ และพวกเรากันเองทำได้เช่นนี้หรือไม่ ลืมความคิดเป็นอคติโดยส่วนตัว อย่าหลงเชื่อในคำบอกเล่าจากผู้ที่คิดไม่ดี ผู้ที่มีจิตใจคับแคบ เราเองนั่นแหละจะตกเป็นเครื่องมือของใครบางคนไม่รู้ตัว และสุดท้ายเราก็จะไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย สุดท้ายก็จะตามคนอื่นที่เขาวิ่งไปปักธงข้างหน้ากันหมดแล้ว เราต้องหันกลับมามองตัวเราเองว่า "เราสามารถทำได้หรือไม่ ถ้าเราทำไม่ได้ปล่อยให้เขาทำดีกว่าไหม เราขอเป็นแนวร่วมเพื่อเสริมพลังของพวกเราให้เข้มแข็งไปก่อนดีหรือไม่ เพราะสุดท้ายพวกเรากันเองนั่นแหละที่ได้รับประโยชน์โดยตรง" ต้องขออภัยทุกท่าน หากท่านใดอ่านบันทึกฉบับนี้แล้ว ท่านยังมีข้อสงสัยให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้ให้ท่านแล้วในเวทีการประชุมเสวนา“มองทิศการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานกับทศวรรษใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลงระบบสาธารณสุข” วันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2553 นี้ ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ จอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี ชวนไปกันมากๆ ไปแสดงพลังบริสุทธิ์ของชาวสา'สุข และหมออนามัย อาชีพที่เขาดูถูกว่าไม่ต้องใช้ปัญญาไปช่วยกันปกป้องสิทธิ์ และทวงสิทธิ์อันชอบธรรมบนพื้นฐานของความยุติธรรมกลับคืนมา แล้วพบกันครับ ....... ด้วยความเคารพ หมออนามัยชาวมุกดาหาร 9 กค.2553

From:ชมรมฯ DateTime:7/12/2010 8:11:48 PM IP:125.27.225.251 Email:hcothai@GMAIL.COM

เที่ยงวันนี้ ครม.มีมติรับร่าง โดยผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เรียบร้อย รอการเข้าสู่กฤษฎีกา

From:นครปฐม DateTime:7/13/2010 2:55:40 PM IP:118.174.56.173 Email:
จากคุณ :
อีเมลล์ :
ข้อความ :
เลือกรูปที่ post :